ลาก่อน ตะแล๊บแก๊บ [โทรเลข?]
posted on 30 Apr 2008 22:20 by kattotoda in memyselfandI
อย่างที่รู้กันว่าพรุ่งนี้ (1 พ.ค.) ประเทศไทยก็จะยกเลิกการให้บริการโทรเลขแล้ว
ก็เลยไปใช้บริการเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะยกเลิกไป(และครั้งแรกของตัวเอง - -*)
ไหนๆก็ไหน ก็เลยเซฺร์จหาประวัติโทรเลขมาด้วย
ลองไปอ่านกันเน้
ความเป็นมาของโทรเลขในเมืองไทย
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 รัฐบาลสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้อนุมัติให้ชาวอังกฤษ 2 นาย จัดตั้งบริษัทก่อสร้างและบำรุงรักษาทางโทรเลขภายในราชอาณาจักรตามคำเสนอขอแต่การดำเนินงานของบุคคลทั้งสองล้มเหลว
ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2418 รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินการเอง โดยมอบหมายให้กรมกลาโหม สร้างทางสายโทรเลขสายแรก จากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ (จังหวัดสมุทรปราการ) และวางสายเคเบิลโทรเลขได้น้ำต่อออกไปถึงกระโจมไฟ นอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะทางยาว 45 กิโลเมตรเพื่อทางราชการใช้ส่งข่าวเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกของเรือกลไฟ พ.ศ. 2421 กรมกลาโหมได้สร้างทางสายโทรเลขสายที่สอง จากกรุงเทพฯ ถึงพระราชวังบางปะอิน และภายหลังได้ขยายทางสายออกไปถึงกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) เพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการเช่นกัน
ในปี พ.ศ. 2426 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมโทรเลขขึ้นรับช่วงงานโทรเลขจากกรมกลาโหมมาทำต่อไป ได้เริ่มสร้างทางสายใช้ลวดเหล็กอาบสังกะสีเป็นสายแรกจากกรุงเทพฯ ผ่านปราจีนบุรี กบินทร์บุรี อรัญประเทศ ศรีโสภณ ไปถึงคลองกำปงปลัก ในจังหวัดพระตะบอง (สมัยนั้นยังเป็นของไทย) และเชื่อมต่อกับสายโทรเลขอินโดจีนไปถึงเมืองไซ่ง่อน เป็นสายโทรเลขสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศ ได้เปิดให้สาธารณะใช้เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2426 ในปีเดียวกันนั้นก็ได้มีประกาศเป็นทางการให้สาธารณชนทั่วไปใช้โทรเลขสาย กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ-อยุธยา ได้ด้วย
พ.ศ. 2440 กรมโทรเลขได้สร้างทางสายกรุงเทพฯ ไปแม่สอด จังหวัดตาก ไปต่อกับทางสายโทรเลขของอังกฤษไปเมืองมะละแหม่ง และย่างกุ้ง
ทางภาคใต้ได้สร้างทางสายโทรเลขจากกรุงเทพฯ ผ่าน เพชรบุรี ชุมพร ทุ่งสง ไปหาดใหญ่ และสงขลา ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 ได้สร้างทางสาย่อจากสงขลาออกไปถึงไทรบุรี (เดิมเป็นของเมืองไทย ปัจจุบันเป็นรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย) และกัวลามุดา เชื่อมต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษ ไปปีนังและสิงคโปร์
หลักการทำงานของโทรเลข
เมื่อกดดันเคาะของเครื่องส่งเกิดวงจรปิด กระแสไฟฟ้าทำให้เกิดอำนาจแม่เหล็กรอบขดลวดในเครื่องรับ อำนาจแม่เหล็กและดูดแม่เหล็กมากระทบแกนเหล็ก ทำให้เกิดเสียงจังหวะเดียวกับที่กดดันเคาะ โดยเคาะให้เกิดเสียงเป็นรหัส จึงต้องมีการแปลสัญญาณโทรเลขเป็นสัญญาณข้อความ
โดยมีการกำหนดรหัสในโทรเลขไว้ 2 ลักษณะ คือ เคาะแล้วกดไว้ (กดยาว) กับ เคาะแล้วปล่อย (กดสั้น) ซึ่งแทนด้วย - กับ . ( ขีด กับ จุด ) เรียกรหัสที่ใช้ในการส่งโทรเลขว่ารหัส “มอร์ส”
ข้อดีของโทรเลข คือ
- สามารถส่งข่าวสารและข้อมูลไปได้ระยะทางไกลๆ
- ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะสามารถใช้บริการโทรเลขได้ในราคาถูก
ข้อเสียของโทรเลข คือ
- ต้องแปลรหัสโทรเลขทั้งขณะส่งและขณะรับ ทำให้เสียเวลา
- หากแปลรหัสผิดอาจทำให้ข่าวสารและข้อมูลนั้นๆ มีใจความเปลี่ยนไป
การบริการสารนิเทศด้วยบริการโทรเลขในปัจจุบัน การสื่อสารแห่งประเทศไทย ได้พัฒนาการรับส่งโทรเลขด้วยการใช้เครื่องโทรพิมพ์สมัยใหม่ที่ควบคุมด้วยระบบไมโครคอมพิวเตอร์ และสามารถติดต่อรับส่งได้ด้วยความเร็วสูงถึง 240 คำต่อนาที มาใช้อุปกรณ์รับส่งโทรเลข นอกจากนี้ยังมีการติดต่อชุมสายโทรเลขอัตโนมัติ ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์มากกว่า 20 ปีแล้ว ช่วงเวลารุ่งเรืองที่สุดของกิจการโทรเลขจะมีการส่ง-รับถึงวันละกว่า 40,000 ฉบับ
Cradit :
http://blog.hunsa.com/saranchana6410/blog/8689
http://webboard.mthai.com/5/2008-01-18/365529.html
สำหรับแบบฟอร์มต่างๆของโทรเลขมีดังนี้
*คลิกที่ภาพดูรูปใหญ่ครับ*
ใบแจ้งความโทรเลขด้านหน้า
ด้านหลัง (ดูปีพ.ศ.มุมขวาล่างสิ เรายังไม่เกิดเล้ย - -*)
ใบรายงานการใช้โทรเลขประจำวัน
แบบฟอร์มให้ผู้ส่งกรอกเวลาจะส่งโทรเลข (ที่ผมไปส่งหาตัวเองมา ^^)
Cradit picture : http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6539099/X6539099.html
ไปส่งตอนวันจันทร์ที่ 21 เม.ย. ได้วันอังคารล่ะ
เร็วเนอะ (ถึงจะไม่เร็วเท่า E-mail ก็เหอะนะ)
ไปส่งมาที่ไปรษณีย์สามเสนในตรงที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสะพานควายน่ะ
ซองมันจะเป็นแบบนี้
และก็ได้มารู้ตอนหลังว่ามีซองแบบพิเศษด้วย
เราส่งเร็วไปสินะ
(แอบมีเคืองเล็กๆ - -*)
และเมื่อกางออกมาก็จะเห็นเป็นแบบนี้
อ่านข้อความเห็นมั้ย?
ใครสายตาสั้นก็ใส่แว่นก่อนก็ดี
(ผมก็ใส่อยู่แหละ ฮ่ะๆ ^^)
ถ้ายังไม่เห็นก็จะพิมพ์ให้อ่านกันชัดๆเน้
"โทรเลขฉันจะคิดถึงเธอ"
คิดถึงแม้จะรู้จักกันเพียงไม่กี่สิบนาที
แอบรู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกันนะ T^T
เพราะรู้สึกว่าบางที่เทคโนโลยีก็ยังไม่เข้าถึงสักเท่าไหร่
ถ้ายังมีโทรเลขอยู่ก็น่าจะสะดวกเหมือนกันเนอะ
ปล.งงหัวกระดาษ ลงปี 1989 ซะงั้น - -*
ปล.2 แล้วคนส่งโทรเลขจะไปทำอะไรล่ะนี่ - -*
ปล.3 แม่บอกว่าคนสมัยก่อนเรียกโทรเลขว่า ตะแล๊บแก๊บ เพี้ยนมาจากคำว่า Telegraph น่ะ
(แม่อำปะเนี่ย ถ้าอำนี่ขายหน้าเยอะอยู่นา - -*)
.
.
.
จบ (อย่างนี้เนี่ยนะ - -*)
[ตอบ Comment] Search Engine ตัวใหม่มาแรงแซง Google
เพื่อเป็นการไว้อาลัยโทรเลข ขอติดไว้ก่อน กร๊ากกก
มาตอบแร้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนส์
hiney* : ใครมานทำไม่รู้ว์
ไข่น้อยน่ารัก...Eggii : สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้จัก T^T
NBlue2Sky : แวะมาอีกน้าา
boro : แหม search อะไรก็เจอเยี่ยวจิงๆ
<< o_O" เยี่ยว ! พิมพ์สินะ (ขอให้เป็นแบบนั้น - -*)
VAR : แต่เอนทรี่นี้อัพยาวแหละ ^^
a Little*RabBit : น้องใส่อะไรก็น่ารักเน้ออออ >w<
Rinna : แหะๆ ขอบคุณที่ชมน้องนะคะ ^^
กะปิ ญ.นันท์'' ★ : ดูมาแล้วเป็นไงมั่งนิ
Jowkun : 555+ เกี่ยวกะหน้าตาด้วยสินะ
+:+:+:+:★U S A M I★+:+:+:+: : นั่นดิ คิดได้ไง 55+
(^_^)/nana : งงกะประโยคคุณพี่จริงๆ - -*
Future Energy : กลับมาแล้วเหรอ ~
.ยัยหนูนามิ← ★ :ในที่สุดชาว Exteen ก็ไม่โดนดัก เซร็งเรยยยย
kunt : เอ๋ ~ เค้าก็กดกันไปได้นินา ???
nobitaキネマ : ตาเถร !
Tao-hu : สุดยอดใช่มั้ยล่าาาา 55+
กิ๊วคุง : เต็มๆเลยสินะ อิอิ
Tongy : เอ่อ... กูไม่กิ๊กนะ - -*
ยัยบ๊อง : แต่บางทีก็ตอบช้านะคอมเมนท์อะ (ช่วงหลังๆดองตลอด - -*)
cii³ : อึ้งไปเลยชิมิ? ของเค้าดีจริงๆ 555
o゜★P r i s z★ ゜o : เล่นเอางงไปหลายคนเลยเนอะ อิอิ
zaya : 555+ โดนไปอีกราย อ้อ แล้วก็อีกอย่าง HBD นะเคอะ ขอให้มีความสุขมากมาย ^^














ผิดไหมนี่ ช่างกล้า
แต่โดยส่วนตัวเขียนจดหมายเป็นเร่องปกติอยู่แล้วครับ
การที่คนเรา "รอ" ที่จะได้รับนี่วิเศษมากๆเลย
แต่คนสมัยนี้คงรอกันไม่เป็นแล้วมั้งครับ
กดปุ๊บติดปั๊บกันหมดแล้ว
#1 By ป่อม~~สุกี้ on 2008-05-01 00:01